Just say Hi!
posted on 20 Sep 2004 21:58 by illkid in illkidedit @ 2006/10/22 14:13:34
วันนี้เรามาคุยเรื่องเบาๆ(ไร้สาระ)กันบ้างดีกว่า วันนี้อารมณ์ดีแล้ว เนื่องจากส่งงานไปเรียบร้อยแล้วหนึ่งชิ้น ภาระก็หมดไปหนึ่งแล้ว ส่วนที่เหลือก็คงต้องทำนั่นแหละ แต่ว่าต้องขอพักผ่อนจิตใจซักนิดก่อนเริ่มทำงานต่อ เราว่าแต่ละคนก็คงจะเป็นเหมือนกันใช่หรือเปล่า เค้าเรียกว่าการพักสมองประมาณนั้นมั้ง แต่สำหรับเราเอง เรียกสวยหรูหน่อยก็คือการให้รางวัลแก่ตัวเอง หุหุหุ ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอกนะ ก็แค่มีเวลาดูทีวี ฟังเพลง ผ่อนคลายคิดเรื่องนู้นเรื่องนี้ไปเรื่อยๆ คิดว่าหลายคนพอฟังแล้วคงจะบอกว่า "เฮ้ย! โคตรไร้สาระเลย ทำไมใช้เวลาไปโดยเปล่าประโยชน์ขนาดนี้เนี่ย" แหม! แต่สำหรับเราแล้ว ไม่สนหรอกนะว่าใครจะว่ายังไง เพราะแต่ละคนก็เลือกใช้ชีวิตไม่เหมือนกันใช่มั๊ยล่ะ? แล้วทำไมเราจะต้องทำอย่างที่คนอื่นทำ การทำตามคนอื่นบางทีมันก็ทำให้เราเป็นทุกข์นะจริงหรือเปล่า? เราเคยนะ พยายามที่จะทำตามคนอื่นเค้าแต่สุดท้ายก็.......T_T ทนไม่ไหวง่ะ แล้วก็ถอดตัวออกมาเอง ทำให้รู้สึกว่าเป็นตัวของตัวเองอีกครั้งนึง บอกว่าจะพูดเรื่องเบาๆ แต่พูดไปพูดมาก็หนักอีกแล้วแหะเรา สงสัยจะเป็นนิสัยที่แก้ไขไม่ได้ ก็ช่วยไม่ได้เนอะมันเป็นนิสัยติดตัวอยู่แล้ว หลายคนเห็นว่าเราเป็นคนติงต๊องไร้สาระ แต่คนเราจะไม่คิดอะไรเลย ..... มันจะมีคนแบบนั้นจริงๆเหรอ? แต่ถ้าเรื่องคนมองโลกในแง่ดีล่ะก็เราเชื่อ 100% เลยนะว่ามีจริงๆ เพราะเราก็มีเพื่อนแบบนั้น แบบว่านับถือจริงๆสามารถดำรงอยู่ในโลกอันโหดร้ายนี้ได้ด้วยแหะ คิดเอาเองว่าเค้าคงเป็นคนที่ทำบุญมามากตั้งแต่ชาติปางก่อน ส่วนการที่เค้าได้รู้จักเราคงเป็นความซวยหรือไม่ก็ไปทำไรผิดนิดนึงเลยได้รู้จักเราในชาตินี้ก็เป็นได้ 5555 ฟังดูแล้วอาจจะเหมือนกับดูถูกตัวเองนะ แต่ก็เป่าหรอก อันที่จริงดีใจต่างหากที่ตัวเองมีโอกาสได้รู้จักเพื่อนที่ดีกับเราแล้วก็(พยายาม)จะเข้าใจเราอย่างนี้........หวังว่าคนอื่นๆคงจะรู้จักคนแบบนี้เหมือนกัน ถ้าใครมีแล้วรู้ตัวว่ามีละก็ขอให้รักษาคนๆนั้นไว้ข้างตัวและถนุถนอมเค้าเอาไว้นะ เพราะว่าคนแบบนี้ปัจจุบันหายากแล้วจ้า...........ไว้คราวหน้าจะมาเมาส์เรื่องเพลงให้ฟัง ^O^
ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ก่อนหน้านี้คนธรรมด๊า ธรรมดาอย่างเรื่องไม่เคยคิดถึง
จนกระทั่งความซวยมาเยือนนั่นแหละถึงจะคิดได้ อันที่จริงต้องเรียกว่านึกได้
ถึงจะถูกเพราะว่า เวลาที่มีเรื่องดีๆเราก็มักจะไม่นึกถึงเรื่องอื่นๆที่เคยผ่านมา
แต่พอเรื่องซวยมาเยือนปุ๊บไม่ว่าอะไรมันก็นึกออกมาได้หมดเลยแหะ คนเรา
แปลกแต่จริงนะเนี๊ยะ ปีนี้มันดันซวยติดกันหลายวันอยู่ วันแรกก็เดินตกบันได
มีใครเคยได้ขึ้นแล้วตกบันไดบ้างมะล่ะ เรานี่แหละ เหตุการณ์นี้เป็นการเริ่มต้นเท่านั้น
เพราะหลังจากนั้นก็มีเรื่องซวยตามมาอีก แต่เรื่องที่น่าขายหน้าสุดๆก็คือ
ตกบันไดอีกรอบ แต่คราวนี้ไปเกิดเหตุที่ร้านอาหาร ในขณะที่กำลังยกข้าว
ขึ้นไปให้เพื่อน ไม่รู้ว่าซวยอะไร เหยียบพลาดอีกตามเคย (เดินขึ้นอีกแล้วค่ะคุณขา)
รอบนี้หนักกว่ารอบแรกแยะ เพราะว่าถือข้าวให้เพื่อน พอล้มปุ๊บทุกอย่างกะหายไป
กับตาเลยค่ะ แบบว่าข้าวก็หก อายก็อาย โอ้พระเจ้า! ขาเจ็บอีก
สรุปวันนั้นโดนหัวเราะไปยกนึง แต่ก็ยังดีที่เพื่อนเค้าสงสาร เลยไม่ได้ซ้ำเติมมาก
พอเกิดเหตุการณ์ติดกัน ไอ้เราเลยมานั่งนึก ดูเหมือนว่าเราจะมีอาการดวงตก
แบบนี้ทุกปี จะเป็นประมาณซวยอยู่พักใหญ่ ติดต่อกัน แล้วหลังจากนั้นประมาณ
สองอาทิตย์ถึงจะได้เข้าสู่สภาวะปกติได้ แต่จะว่าไปปกติไอ้เราก็ไม่ใช่คนโชคดีกะเค้า
เท่าไหร่อยู่แล้ว เอาเป็นว่าเลิกซวยแบบหน้าแหกไปได้ก็แล้วกัน
เฮ้อ แต่ทำไมมันจะต้องเป็นแบบนี้ตลอดทุกปีด้วยก็ไม่รู้ อย่างกะแข่งกีฬาพอครบรอบ
ก็จะมาใหม่อยู่เรื่อยๆ ไม่เคยหยุด ตอนนี้แอบคิดว่าคนอื่นเค้าจะเป็นอย่างเรากันบ้าง
หรือเปล่าน้าแอบเซ็ง คนที่ปกติก็ซวยอยู่แล้วดันจะต้องมาเจอประวัติศาสตร์ซ้ำรอยซวย
แบบนี้ถ้าเกิดมันเกิดเป็นงี้ตลอดชีวิตแล้วดิฉันจะเอาตัวรอยได้หรือเปล่าเนี่ย T_T