....Emotional Moment....

posted on 14 Jun 2009 18:40 by illkid in EnterTainMent, illkid

So U think U can dace!!!! รายการเฟ้นหานักเต้นคนโปรดของอเมริกา

เพิ่งได้มีโอกาสดูเต็มๆ ทั้ง Season เป็นครั้งแรก หลังจากย้ายบ้าน ......

ดูแล้วติด   คิดว่าหลายคนคงจะติด แต่เราชอบเพราะส่วนหนึ่งมันเหมือนกับ

สิ่งที่ตัวเองเคยได้รับการศึกษามา (พูดซะไฮโซ) คือเคยเรียนตอนอยู่มหาลัยฯนั่นแหละ

ไม่น่าเชื่อว่า 4-5 ปีจะล้างสมอง เอ๊ย!!! ปลูกฝังรากอันลึกสุดใจของศิลปะ

ลงในใจของคนงี่เง่าอย่างเราได้  หึหึหึ  แต่หลังจากจบมา ด้วยความรู้อันน้อยนิด

ก็เอามาดัดแปลง และเอามาวิจารณ์นู่นนี่ที่ได้ดู  จนบางทีก็เข้าโหมดเหมือนตอน

เริ่มเรียน acting ใหม่ๆ  ช่วงนั้นเลิกดูละครทีวีไป  ดูแต่หนังใหญ่ ซึ่ง ก็ไม่ได้ดูทุกเรื่องอีก

ดูแล้ว ทนไม่ได้ ดูแล้ว เฮือก......ร้องกรี๊ดดดด วิ่งหนีไปนอน (อันนี้ก็เวอร์เกินอีกเช่นกัน)

ช่วงที่ยังเรียนอยู่ เซนส์ ในการจับผิด หรือการวิเคราะห์ด้านการแสดงจะรุนแรงมาก

และไม่ได้เป็นเพียงแค่เรา  เพราะมันเป็นกันทั้งคณะ  55555+ แต่พอหลังจากจบคอร์ส

ครูเลิก จ้ำจี้จ้ำไช ก็กลับเข้าสู่โหมดปกติ  คือกลับมาดูเหมือนเดิม แต่ก็อีกแหละ

ปกติแรด ไม่ดูละครไทยเท่าไหร่อยู่แล้ว หึหึหึ ก็เลยเรื่อยๆ  แต่เรื่อง dance เนี๊ยะ

ชอบมานานแล้ว และไม่คิดว่าจะได้เรียน พอได้เรียนก็เจอ contemporary เลย

โหยยยยย ตัวก็แข็ง โง่อีก ขี้เกียจด้วย line ก็อุบาด แต่ก็เรียนได้ B+ มา

(ณ จุดนี้ครูให้เพราะว่ามีพัฒนาการ ไม่ได้เกี่ยวกับความสวยงามแต่อย่างใด)

แต่สนุกมาก การได้ให้เค้าจับห้อยหัวลงพื้นเนี่ย มันมันส์สะเด็ดเลย  หนุกจน

น้องที่อุ้มมันถามว่า "ไม่กล้วเหรอ"  ไอ้เราก็แบบ "กลัวไมอะ"  หลังจากนั้น

เพิ่งนึกได้ว่า เออ ถ้ามันปล่อยตรู หัวคงแตกคาห้องกระจกกันไป = =

(อีนี่ความรู้สึกช้ามาก) แต่สนุกมาก เคยวอร์มร่างกาย นั่งฉีกขา รอแสดง ตั้งแต่

8โมงเช้า วอร์มยัน 4 โมง เย็น และก็สามารถฉีกขาด 180 องศาได้ ปลาบปลื้มใจ

ไม่เจ็บด้วย  55555+ ปัจจุบันนี่ ง่อยไปแล้ว แค่เดินขึ้นบันไดยังปวดข้อเท้าเลย

อนาถจิตจริงๆ  เอ๊ะ!!! แต่ว่ามันเกี่ยวอะไรกับรายการที่พูดถึงเนี่ย!!!

ก็นะ การแสดงพวกนี้มันจะแตกต่างไปจากการเต้นประกอบเพลง

เหมือน dancer ที่เต้นให้กับพวกนักร้อง  เพราะว่า แต่ละชิ้นงาน

นับเป็นงานศิลป์  ที่มีเรื่องราวของตัวเอง  และแต่ละเรื่องราวนั้นจะส่งสารถึง

ผู้ชมโดยไม่ต้องใช้คำพูด  แค่ท่วงท่าต่างๆก็สามารถบอกเรื่องแทนได้แล้ว

ความงดงามอยู่ที่ ความสมดุลของตัวงานนั่นแหละ ทั้งนักเต้น เพลง ท่วงท่า

ทุกอย่างล้วนมีความสำคัญ  ดูแล้วแบบ นักเต้น no name ที่ปัจจุบันเนี่ย

famous ไปแล้ว ยังเต้นเก่งกว่าพวกที่อยู่ในทีวีบ้านเรา ที่เต้นกันกะโหลกกะลา

เต้นแบบก็ขอแค่เต้น เน้นน่ารัก แถๆไปก่อน ไม่เป็นไรหรอก มากมายหลายขุมนัก

อยากจะให้คนไทย โดยเฉพาะพวกศิลปินในวงการ ใส่ใจคุณภาพงานของพวกเค้าบ้าง

ไม่ใช่แค่ว่า กระดึ๊กๆ ได้นิดหน่อยก็บอกว่าตัวเองเต้นเก่ง   พวกรายการทีวี

ก็อย่าเอาแต่อวยให้เด็กมันเสียนักเลย  ไอ้คนพูดน่ะ ดูเป็นหรือเปล่าว่าเค้าเต้นกัน

ยังไง  ไม่ใช่ พวกท่าเต้นในบาร์ ในผับนะครับท่าน ....... เต้นแบบนั้นอ่ะ เค้าไม่เรียก

เต้นเก่งหรอกนะ  กรุณาปรับความคิดซะใหม่

การเต้นที่แท้จริง คือ ศิลปะอย่างหนึ่ง  ที่ต้องสร้างประโยชน์ในแง่ใดแง่หนึ่งกับ

ผู้ชม  นอกจากความงดงามแล้ว มันยังมี subtext ที่เป็นสารสำคัญที่ส่งถึงผู้ชมด้วย

ไม่เชื่อ ลองไปถามดูว่า การสร้างการเต้นสักหนึ่งชุดเนี่ย เค้าเริ่มต้นอย่างไร

การเริ่มต้นเหมือนการที่จะต้องเขียนนิยานสักเรื่องนั่นแหละ แต่ยากกว่า

เพราะช่วงเวลาในการแสดงสั้นกว่า สารที่ต้องมอบให้ต้องกระชับ และชัดเจน

ในตัวเอง  และแน่นอน ศิลปะ โดยมากแล้วมักจะกระตุ้นให้ผู้ชม ผู้ฟังมี

react ในด้านของอารมณ์ และความคิด ศิลป์นั้น ช่วยให้คนได้เห็นมุมมอง

ของผู้สร้างงานศิลป์  และนำข้อความเหล่านั้นไปคิดต่อ หรือไปต่อยอดได้อีก

ซึ่งงานหลังจากนั้นเค้าเรียก "ผลงานจากแรงบันดาลใจ" 

พูดมาเยอะแยะมากมาย แต่ไร้พ้อยท์ (ทำไมเป็นคนแบบนี้ฟระตรู -*-)

เอาเป็นว่า เราดู routine 3 ชุดของ So u think u can dance season 4

แล้วรู้สึกกระทบทางจิตใจมากมาย เลยอยากจะให้หลายๆคนได้ดูงานดีๆ

อาจจะไม่ใช่ที่สุด แต่ก็เรียกว่าดีในระดับหนึ่งเลยล่ะ ดูแล้วหัวใจเหมือน

ถูกบีบ ดูแล้วได้รับสาร (ที่ไม่รู้ว่าถูกเป่า แต่ก็ชอบ)  ดูว่า คนที่จะก้าว

ไปเป็นมืออาชีพเค้าเป็นยังไงกัน  หวังว่าจะชอบนะ ^^

(แล้วอีนี่ก็จบไปง่ายๆ 55555+)

การเต้นชุดนี้ เป็นของผู้ชนะของ Season : Joshua & Katee

 

Comment

Comment:

Tweet