**Brianstrom after half year in office**

posted on 13 Jul 2008 09:50 by illkid  in THOUGHT

ไม่ได้อัพบล็อกมาเกือบเดือนแล้วทีเดียว

ไม่น่าเชื่อเลย  ทำไมช่วงนี้นาฬิกาชีวิตมัน

หมุนเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ชีวิตการทำงานที่เหมือน

หุ่นยนต์ เหมือนคนในยุคอุตสาหกรรมในอเมริกา

ที่ทุกทำต้องทำอะไรซ้ำๆซากๆทุกๆวัน

ทำกิจวัตรประจำวันที่เหมือนเดิมจำเจ จนไม่น่าเชื่อ

ว่ามนุษย์ที่รักอิสระจะทนรับอะไรแบบนั้นได้

แต่พอเข้าไปทำ และเป็นส่วนหนึ่งของวงจรอุบาดนี้

จะตระหนักได้ทันทีว่า เราต้องเอาชีวิตรอดภายใต้

ความซ้ำซากและน่าเบื่อนั้นให้ได้  แม้ว่าในบางที

จะท้อ จะโมโห(ตัวเอง) บางคนไปกินเหล้าหลอกตัวเอง

ให้ลืมความอุ+ทุที่เกิดขึ้นในชีวิตที่สุดแสนจะมีสีสันของตัวเอง

บางคนร้องไห้เพื่อปลดปล่อยความอัดอั้นในความอยุติธรรม

ที่ตัวเองต้องเผชิญในชีวิตการทำงาน  แต่จุดสุดท้าย

ที่พวกเขาจะต้องกลับไปก็คือ ก็เดินย้อนกลับเข้าไปในวงจร

อุบาดอันนั้นและใช้ชีวิตเดิมๆอีกครั้ง  อันที่จริงแล้ว

พอมานึกอีกที การปลดปล่อย หรือคลายเครียดแบบนั้น

ก็ถือว่าเป็นวงจรอุบาด ในวงจรอุบาดอีกทีว่ามะ

คนเรามีนิสัยเสียอย่างหนึ่ง นั่นก็คือการยึดติด

ใครว่านิสัยแก้ไม่ได้  คนชอบเอาคำว่า "นิสัย" มาเป็นข้ออ้าง

เวลามีคนบอกให้ตัวเองแก้ไขอะไรบางอย่างที่ทำให้คนอื่น

รู้สึกไม่พอใจ  แต่ตัวเองไม่อยากจะแก้ก็จะพูดว่า

"ก็มันเป็นนิสัยนี่ แก้ไม่ได้หรอก"  จริงๆเหรอ????

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวได้ดีที่สุดแล้วนะ เพราะ

ถ้าปรับตัวไม่ได้ ก็จะไม่สามารถอยู่ท่ามกลางสังคม

ที่น่ากลัวยิ่งกว่าสังคมในป่าของสัตว์กินเนื้อได้

การเอาตัวรอดของมนุษย์ก็มีหลากหลาย แล้วแต่ใครจะเลือก

วิธีไหน  บางคนป้องกันตัวเองโดยพลางกายให้คนอื่น

คิดว่าตัวเองเป็นลูกแกะ ทั้งๆที่จริงๆ แล้วตัวเองเป็นผู้ล่า

หรือบางคนก็เลือกที่จะอวดอ้างความสามรถเพื่อป้องกัน

ตัวและสร้างกำแพงให้กับคนที่เพิ่งรู้จักเป็นครั้งแรก

"คำพูด" เป็นสิ่งที่เป็นหลักฐานที่น่าเชื่อถือ และในขณะเดียวกัน

ก็ไม่น่าเชื่อถือที่สุดด้วย  "คำพูด" และ "คำโกหก" แยกกันได้เหรอ

คนเราชอบฟังเรื่องดีๆ คำพูดหวานๆ ที่ในบางครั้งไม่สนหรอกว่า

มันเป็นความจริงหรือไม่  ขอแค่ฟังแล้วพึงพอใจเท่านั้น

ทำไมน่ะเหรอ ก็เพราะว่าความจริงมันเจ็บปวด ก็จริงน่ะถึงได้เจ็บปวด

ในโลกนี้มีแต่เรื่องที่เจ็บปวดน้อย เจ็บปวดมากเท่านั้นแหละ

เราเลือกไม่ได้ เพราะสิ่งที่เราเจอในชีวิต สิ่งที่เราไม่สามารถเปลี่ยนแปลง

มันได้ คือสิ่งที่ถูกกำหนดมาให้เกิดขึ้นกับเราตั้งแต่แรกแล้วยังไงล่ะ

สิ่งที่ส่งมาเพื่อฝึกให้เราแกร่ง  สิ่งที่ส่งมาเพื่อทดสอบว่าเรายังสามารถ

ดำรงอยู่บนโลกแย่ๆแบบนี้ได้หรือไม่  นี่แหละคือความเท่าเทียมกัน

ในชีวิตของคน  ความเท่าเทียมที่คนมักพูดถึง มักจะเป็นเรื่องที่

เป็นเรื่องของคน  เรื่องที่คนคิดว่ามันเป็นจริง แต่มันไม่ใช่หรอก

เพราะความเท่าเทียมกันคือ โอกาสในการเกิด เรียนรู้  ถูกทดสอบ

และความตายต่างหาก  ทุกคนต้องเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้ด้วยกัน

ทั้งนั้น  มันก็ไม่ต่างจากการใช้ชีวิตในโรงเรียนสักเท่าไหร่

เพียงแต่โลกแห่งความเป็นจริง เป็นโรงเรียนที่ใหญ่ และมีบทเรียน

ให้เราได้เลือกเรียนรู้  และในบางครั้งเราถูกเลือกให้เข้าไปเรียนและ

รับรู้ในสิ่งนั้นๆ  หลังจากนั้นก็จะมีการทดสอบ  ค่อยๆมองชีวิตในแต่ละ

ช่วงของตัวเองดูแล้วก็จะพบว่าชีวิตนี้เป็น "สิ่งมหัศจรรย์" ที่เข้าใจได้ยาก

แต่ก็ไม่ยากเกินจะเรียนรู้ คนที่เกิดมาบนโลกนี้ก็เหมือนกับเด็กที่ได้ทุน

การศึกษา  คนที่มีชีวิตสบายหน่อย ก็แสดงว่าเป็นเด็กดี แต่คนที่มีชีวิต

ที่ลำบากหน่อย ก็แสดงว่าเป็นเด็กที่ดีน้อยหน่อย

ไม่น่าแปลกที่มีคนพูดว่า "ชีวิตคือการเรียนรู้" แต่หลายครั้ง

ไอ้คำว่าเรียนรู้มักจะถูกจำกัดด้วย "ความรู้ในโรงเรียน" ไม่ใช่นี่

เรียนรู้คือการทำความเข้าใจ และศึกษาทุกช่วงชีวิตของตัวเอง

และคนรอบข้างต่างหาก  "คนเราเกิดมาเพื่ออะไร" อันนี้

แต่ละคนคงจะมีคำตอบไม่เหมือนกัน แต่สำหรับเรา "เราเกิดมา

เพื่อเรียนรู้ชีวิต  และการผ่านพ้นอุปสรรคต่างๆในชีวิตคือการ

เลื่อนขั้น ทำให้เราก้าวไปข้างหน้าได้อีกหนึ่งก้าว" เป้าหมาย

ในชีวิตเหรอ  หลายคนคิดว่ามันคือความก้าวหน้าในหน้าที่

การงาน  การมีครอบครัวที่เพรียบพร้อม แต่ของพวกนั้นน่ะ

ก็เหมือนเงินกับอำนาจ ที่ไม่คงทน อีกอย่าง ในโลกนี้ไม่มีอะไร

เพรียบพร้อมจริงๆหรอก เพราะถ้ามี โลกนี้ก็คงจะไม่ยุ่งเหยิง

หรืออาจจะเน่าเฟะยิ่งไปกว่านี้  หรือน่าเบื่อกว่านี้ เพราะทุกคน

เพรียบพร้อม  แต่ที่โลกนี้มีคำว่า "ความแตกต่าง" นี่แหละที่ทำ

ให้มันสวยงาม และทำให้มนุษย์มีแรงผลักดันให้ศึกษา ความต่าง

นั่นต่างหากที่น่าสนใจ  เป้าหมายในการมีชีวิตของเรา คือ

"การเรียนรู้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้"  แล้วคุณล่ะ?

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry