Movie Break ภาคต่อ

posted on 22 Oct 2006 23:34 by illkid  in EnterTainMent

มาแบบอึมครึมเล็กน้อยเนื่องจากเรื่องบันเทิงที่อยากจะเล่า หุหุหุ ค่อนข้างเป็นหนังอึมครึมทั้งสองเรื่อง เป็นหนังที่มีที่มาที่แตกต่าง เรื่องนึงเป็นหนังฝรั่งตาน้ำข้าว ส่วนอีกเรื่องเป็นหนังเอเชีย มาจากเกาะเพื่อนบ้านเรา อ๊ะ! แต่ไม่อินเทรนนะคร้าบ (ช่วงนี้เทรนหนังเอเชียต้องเกาหลี-_-") มันเป็นหนังจีนที่มาจากเกาะที่เจริญแล้ว อุอุอุ อย่างฮ่องกง แม้ว่าจะกลับไปเป็นของจีนแล้ว เราก็ยังดูหนังของตัวอยู่นะ อิอิอิ ^O^

เรื่องก็มีอยู่ว่า เราได้ไปดูหนังเรื่อง Final Destination 3 ตอนช่วงที่จิตตกและต้องการพักผ่อนอย่างแรง (บอกก่อนว่าหนังเรื่องนี้รู้แค่ว่าเนื้อเรื่องคร่าวๆของสองภาคก่อนเป็นยังไง แต่ไม่เคยดูจบทั้งเรื่องเลย) วันนั้นด้วยความเปลี่ยวจึงตัดสินใจไปซื้อตั๋วทั้งๆที่ก่อนไปเดินมาบุญครองไม่ได้คิดเรื่องดูหนังเลยแม้แต่จิดเดียว มันเป็นการดูหนังคนเดียว รอบที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ (โสดก็งี้แหละค่ะ เศร้า T-T)

โดยปกติแล้วเราจะตัดสินใจดูหนังก็ต้องดูดาราก่อนเลย ถ้าไม่ชอบก็ไม่ดู แต่เรื่องนี้สนแค่เนื้อเรื่องล้วนๆ อยากรู้ว่าภาคสุดท้ายที่ว่าเนี้ยจะดีแค่ไหน แล้วก็ไม่ผิดหวังสำหรับเรานะ คือเนื้อเรื่องธรรมดาเหมือนสองภาคก่อนหน้านี้เลย คือตัวเอกเห็นภาพว่าตัวเองแล้วก็คนอื่นตาย ก็เตือนคนกลุ่มนึงได้ ส่วนที่เหลือตายเรียบ แล้วยมฑูตที่ในเรื่องมันพูดถึงกันก็ตามเก็บที่เหลือรอดไปเรื่อยๆ แต่ว่าที่ว่าไม่ทำให้ผิดหวังคือว่าเจ๋งในการใส่เพลงประกอบล่ะ โอ้โห! มันใส่ได้เหมาะกับฉากและเหตุการณ์ทำให้ระทึกดีจริงๆ แล้วก็ตัดต่อได้ดี ทำให้ความตื่นเต้น ลุ้นระทึกมันเพิ่มขึ้นได้มากเลยทีเดียว คนที่ได้ดูแล้วคงพอรู้ ก็หนังแนวนี้อ่ะนะ ยิ่งเป็นภาคต่อด้วยก็ยิ่งต้องใส่ใจเรื่องปัจจัยประกอบให้มากที่สุด ไหนๆก็ประหยัดค่าตัวนักแสดงไปเยอะแล้วนี่ (อันนี้ไม่ค่อยรู้นะคะ แต่คิดว่านักแสดงนำของเรื่องไม่น่าจะดัง หรืออาจจะเป็นเด็กใหม่เพราะไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน) รู้สึกคุ้มค่าตั๋วราคาหนึ่งร้อยบาท และอยากจะดูซ้ำอีก อิอิ

ส่วนอีกเรื่อง ที่ว่าเหมือนกันคือว่า ความที่เนื้อหาไม่มีไร เดาได้เหมือนกับเรื่องแรกเลย เรื่องนี้ดูดีวีดี อุตส่าห์รอนานมากเพราะแผ่นออกมานานแล้ว แต่มะมีตังค์พอได้ไปฮ่องกงเลยแอบหยิบแล้วให้พี่จ่ายตังค์ กลับมาดูแบบสบายๆ อุอุอุ ที่ดูเหตุผลต่างจากเรื่องแรก เพราะเรื่องนี้ดูตามเหตุผลหลักในการดูหนัง 555 คือว่าดารานำเป็นคนที่ชอบ สาว Gillian @ Twins กับ หนุ่ม Stephen Fung ที่ไปเป็นผู้กำกับแล้วแสดงนำ คู่นี้จับคู่กันครั้งแรก (เรื่อง KungFu Fury ไม่นับเพราะเล่นเป็นพี่น้องกัน)

Poster เรื่อง 49 Days หรือ 犀照

พี่น้องมันคือหนังผี ปกติเป็นพวกกลัวผีขึ้นสมองเลยล่ะ (แต่ดู The Grudgeแล้วไม่หลอนเลย -_-"เซ็งอย่างแรง) เรื่องนี้ได้ดูข่าวตอนที่หนังฉายรอบแรกที่ฮ่องกง กระแสแบบมาว่าน่ากลัวอย่างงั้นอย่างงี้ ทำให้เกิดการคาดหวังซิคะคุณ เพราะดิชั้นดู The Eye ภาค1 หลอนไป 2 อาทิตย์เต็มๆ และปัจจุบันยังแอบมีภาพติดตาอยู่บ้างประปราย ก็เลยคิดว่าเอาแล้ว ดารานำก็น่าสนใจ เนื้อเรื่องน่ากลัวอีก เข้าทางอย่างแรง อยากดู ตอนแผ่นยังไม่ออกก็รอ ...... หงุดหงิด พอแผ่นออกก็รออีก.... ไม่มีเงิน

พอได้ดู เครียดเลยครับท่าน ...... อากิล (ชื่อเล่นของสาว Gillian ที่เค้าเรียกกัน)ก็สวยดีนะจ๊ะ เป็นทนายที่แบบว่าน่าร้ากกกกกกกก พระเอกก็เป็นเถ้าแก่ที่ดูดีม๊ากกกกกก (อันนี้เป็นความชอบส่วนตัวนะจ๊ะ) แต่ตัดต่อได้ห่วยสุดๆ บางช่วงที่เหมือนพยายามจะตัดให้มันดูลึกลับ ดูแล้วงง ใช่แล้ว งงคร้าบบบ แต่ไม่ได้งงตรงเนื้อเรื่องหรอกนะ เพราะตัดแบบนั้นทำให้หนังยิ่งเดาได้เข้าไปใหญ่ ที่งงคือทำแบบนี้ได้ไงฟระ ทำไมถึงตัดหนังได้ห่วยขนาดนี้ .... ตรงไหนกันฟร้า...... ที่บอกว่าหนังดีน่ะ โห ! ทั้งๆที่หนังดูฟอร์มดีกว่า Final Destination ที่เป็นหนังภาคต่อด้วยนะ ผิดหวังอย่างแรง ขอโทษ สาวก Twins ด้วย ที่แบบว่าหนังเรื่องนี้ กิลไม่เกิดอย่างแรง ให้ดูอีกคงต้องคิดดูก่อน หนังอย่างงี้ ขอกลับไปดู Twins Effect หรือหนังปัญญาอ่อน (แนวเดียวกันคือตลกเดาได้) ของ Twins ซะยังจะดีกว่าเลย

อันนี้คือขอเปรียบเทียบของหนังที่ใกล้เคียงกันในด้านของฟอร์มคือไม่ใช่หนังฟอร์มใหญ่ ทุนมหาศาล ทั้งสองเรื่อง

เป็นหนังที่เนื้อหามันเดาได้ เหมือนกันอีกนั่นแหละ แบบว่าดูไปสักพักก็อืมมม รู้นะว่าคร่าวๆเป็น แต่ที่ลุ้นคือขั้นตอนแต่ละช่วงก่อนที่จะไปถึงตอนจบต่างหากล่ะ

แต่ที่ต่างคือความเหนือชั้นกว่าในด้านเทคนิคการตัดต่อที่ทำให้หนังมีแรงดึงดูดมากยิ่งขึ้น ช่วยลดจุดด้อยของหนัง แล้วก็ทำให้คนดู Enjoy กับหนังได้มากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าสนุกล่ะนะ แต่ว่าจะมีการดูเป็นครั้งที่สอง สามหรือเปล่าก็แล้วแต่นิสัยของคนดูแต่ล่ะคน กับเรื่องที่ดูไป ต้องมองนาฬิกาไปด้วย ว่าไมไม่จบซะทีฟร้า หรือว่า ง่วงแล้วง่ะ ทั้งๆที่หนังยังฉายไปได้ไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ซึ่งสำหรับเรา 49 Days เกือบจะแย่ขนาดนั้น ยังดีแค่แอบหาว ไม่ขนาดว่าอยากนอนแล้วนะ

มันเป็นข้อสังเกตของเราหลังจากที่ดูหนังสองเรื่องนี้ อ่านๆไปอาจจะงงว่าไม่เห็นมันจะเหมือนกันตรงไหนเลย แต่ในความรู้สึกหลังจากที่ดูแล้วอะ โห เหมือนจัง อิอิอิ เท่านั้นล่ะจ้า จบดีกว่า เริ่มง่วงเหมียนกัน

ทนายสาวสุดสวย Gillian Chung

Credit 2: Nutch@TTF สำหรับรูปของ 49Days

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เจ้ตุ้กบ่นจริงๆด้วย
บ่นไปดูหนังไป
บ่นมากระวังชราก่อนวัยอันควรนะเจ้าคะ
น้องเป็นห่วง เอิ้ก

#1 By TwinightMoouan on 2006-10-22 23:44

ขอบใจที่อุส่าลงหนังอากิลด้วยอ่ะ...ทนายสาวแสนสวย...คริๆๆๆ by the way บอร์ดสวยดีนะ..ไคทำเฮดให้เหรอ..

#2 By nutchi (210.246.75.84) on 2006-10-22 23:49

แหมๆๆๆ ๆคุณนุชขา
ก็ต้องขอบพระคุณคุณนุชเป็นอย่างสูงล่ะคะสำหรับ Head สวยขนาดนี้ อิอิอิ

#3 By *~iLlKiD~* on 2006-10-22 23:53

อ๊า~ เรื่องไฟนอลเดสฯ3ตอนนั้นไปดูตอนที่มันเข้าฉายในโรงคับ แบบว่า ( T_T ) เอาถุงป๊อปคอร์นบังตาตลอดเลย 555 T_T เจี๋ยวง่ะ

#4 By ミキ on 2006-10-23 21:25